รับสมัครงานผู้จบปริญญาตรีด้าน วิศวกรโยธา (Civil Engineering) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง

ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ วิศวกรโยธา ตลอดจนการทำรังวัดในงานสำรวจและแผนที่ หน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในงานก่อสร้างถนนหนทางและอาคารที่อยู่อาศัย จึงควรเรียนรู้เพิ่มเติมถึงข้อกำหนดและมาตรฐาน การปฏิบัติงานวิศวกรรมโยธา อันจะนำไปสู่งานที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำ รวมไปถึงการวิเคราะห์ทางธรณีและชลศาสตร์ นอกจากนี้ยังจะต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการงานก่อสร้างอย่างถูกวิธีให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดอีกด้วย ความเจริญทางเทคโนโลยีทุกวันนี้ ทำให้โฉมหน้าของวิศวกรรมโยธาเปลี่ยนแปลงไปมาก การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในงาน วิศวกรรมโยธา มีผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจของชาติ การออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก การออกแบบโครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหว การทรุดโทรมของถนนก่อน อายุขัยของมัน   เพราะขาดความรู้เกี่ยวกับการอัดแน่นของดินและวัสดุทำถนน การที่ต้องซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน วิศวกรรมชลประทานและการระบายน้ำ การออกแบบผิวจราจร และวิศวกรรมการขนส่ง ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและคำนวณสิ่งก่อสร้างชนิดต่าง ๆ

เลือกเรียน วิศวกรโยธา จบสาขานี้ ทำงานอะไรได้บ้าง

  1. วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering) การศึกษา วิศวกรโยธา ในสาขานี้จะเน้นไปทางด้านงานคำนวณวิเคราะห์ ความเจริญทางเทคโนโลยีทุกวันนี้ ทำให้โฉมหน้าของวิศวกรรมโยธาเปลี่ยนแปลงไปมาก การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในงาน วิศวกรรมโยธา มีผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจของชาติ และความเป็นอยู่ของประชาชน ออกแบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง และแรงต้านทานของวัสดุ บุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการออกแบบวางแผนการทำงานควบคุมดูแลโครงการหรืองานก่อสร้างนั้นๆ ออกแบบโครงสร้างของอาคารหรือสี่งปลูกสร้างต่างๆให้ถูกต้องตามหลักการของวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมด้านวิศวกรรมโยธาโดยมีลักษณะของงานที่ต้องปฏิบัติ เพื่อหาวัสดุและขนาดของวัสดุที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ วางแผนจัดระบบงาน ควบคุมงาน จัดทำตารางปฎิบัติงานและควบคุมให้การปฎิบัติงานไปตามแผนที่วางไว้งานที่เกี่ยวข้อง
  2. วิศวกรรมก่อสร้างและการจัดการ พิจารณาโครงการ และทำงาน วิศวกรโยธา สำรวจเพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการก่อสร้าง ศึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเป็นหลัก สำรวจและประเมินลักษณะ และความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศ ทางบก และทางน้ำเพื่อพิจารณาผลกระทบต่อโครงการ โดยเน้นศึกษาทางด้านระบบการสร้างอาคาร ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ตลอดจนการติดตั้ง การใช้ สำรวจดูพื้นผิวดินและใต้ผิวดินว่าจะมีผลต่อการก่อสร้างอย่างใด และเหมาะสมที่จะรองรับ สิ่งก่อสร้างเพียงใด และการบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิก และระบบสาธารณสุขอื่นๆ การวางแผนงาน การประเมินราคาค่าก่อสร้าง เตรียมแบบแปลนรายงานก่อสร้าง และจัดทำประมาณการวัสดุและประมาณการราคา ในบางสถาบันจะมีการสอนเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบสุขาภิบาลภายในอาคาร
  3. วิศวกรรมขนส่ง ระบบและวัสดุ เลือกชนิดของเครื่องมือ เครื่องจักรกล และเครื่องมืออื่นๆ ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง โดยงานทางด้านระบบจะเน้นทางด้านการวางผัง เลือกชนิดของเครื่องมือ เครื่องจักรกล และเครื่องมืออื่นๆ ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง การจราจร และการจัดการทางด้านงานจราจร โดยทำการศึกษา วิศวกรโยธา ถึงประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบถนน เรื่องสิ่งแวดล้อมรอบๆ สิ่งก่อสร้างด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียนเกี่ยวกับการจัดการ การดำเนินการ และการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นด้วย สำหรับงานทางด้านวัสดุจะเน้นในการศึกษาวัสดุในการทำถนน ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์ วิศวกรรมโยธาเป็นสาขาวิศวกรรมที่เก่าแก่อีกสาขาเพราะเป็นสาขาที่ตอบสนองความต้องการของคนในสังคม วิศวกรรมของหิน และธรณีวิทยาประยุกต์ เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ และแก้ปัญหาด้านวิศวกรรมโยธาและเหมืองแร่
  4. วิศวกรรมเทคนิคธรณี สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย งานในทางด้านวิศวกรรม วิศวกรโยธา จะเน้นทางด้านการใช้วัสดุและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลักการเข้าใจง่าย ๆ การศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธานั้นนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนี่องจากการ อำนวยความสะดวกในการขนส่งต่างๆ ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ตลอดจน การติดตั้งการใช้ และการบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิก พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าสามารถเรียกได้ว่าเป็น ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ตลอดจนการติดตั้ง การใช้ และการบำรุงรักษาระบบไฮดรอลิกและระบบสาธารณสุขอื่นๆ การพัฒนาแบบก้าวกระโดดซึ่งมีผล พิจารณาโครงการ และทำงานสำรวจเพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการก่อสร้าง โดยตรงกับการศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธาเช่นกัน
  5. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม การศึกษา วิศวกรโยธา ในสาขานี้จะเน้นในทางด้านงานคำนวณวิเคราะห์ การวิเคราะห์ การก่อสร้างหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การจัดการ และการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิม ออกแบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง และแรงต้านทานของวัสดุ การเรียนในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาจะเรียนเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างทางโยธาในหลายรูปแบบ โดยจะเรียนตั้งแต่การตรวจสอบว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งก่อสร้าง เพื่อหาวัสดุและขนาดของวัสดุที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ งานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเป็นหลัก เรียนวิธีวิเคราะห์และออกแบบสิ่งก่อสร้าง และเรียนเกี่ยวกับการจัดการ การดำเนินการ และการบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างอีกด้วย โดยเน้นศึกษาทางด้านระบบการสร้างอาคาร การวางแผนงาน การประเมินราคาค่าก่อสร้าง
  6. วิศวกรรมสำรวจ สำรวจและประเมินลักษณะ และความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศ ทางบก และทางน้ำเพื่อพิจารณาว่าจะมีผลต่อโครงการอย่างไรบ้าง ดังนั้นสถาบันการศึกษา วิศวกรโยธา หลาย ๆ สำรวจดูพื้นผิวดินและใต้ผิวดินว่าจะมีผลต่อการก่อสร้างอย่างใด และเหมาะสมที่จะรองรับ สิ่งก่อสร้างเพียงใด สถาบันจึงได้มีการปรับปรุงแผนการเรียนการสอนทาง ด้านวิศวกรรมโยธาให้มีความทันสมัยเพื่อผลิตบุคลากรทางด้านวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมโยธาเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิม ที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น การสร้างและใช้สิ่งก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมมนุษย์ โดยจะรวมขั้นตอนการออกแบบ ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและคำนวณสิ่งก่อสร้าง
  1. วิศวกรรมทรัพยากรน้ำ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชา วิศวกรโยธา สามารถเลือกทำงานในสายงานด้านวิศวกรรมโยธาที่แตกต่างกันมากมาย เนื่องจากสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาเป็นสาขาที่ค่อนข้างกว้าง ในบางสถาบันจะมีการสอนเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบสุขาภิบาลภายในอาคาร อบสนองความต้องการของสังคมมนุษย์ โดยศึกษาตั้งแต่การออกแบบ โดยงานทางด้านระบบจะเน้นทางด้านการวางผัง การจราจร การบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างโดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิมน้อยที่สุด และการจัดการทางด้านงานจราจร สิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งต่างๆ ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร โดยทำการศึกษาถึงประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างระบบถนน สำหรับงานทางด้านวัสดุจะเน้นในการศึกษาวัสดุในการทำถนน

ดังนั้นการทดสอบทำงานวิจัยและให้คำแนะนำทางเทคนิคต่างๆ งานในทางด้าน วิศวกรโยธา ถ้าเป็นเป้าหมายของงานเฉพาะของวิศวกรโยธาส่วนออกแบบโครงสร้าง การออกแบบโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างตามฟังก์ชันการใช้งาน เน้นทางด้านการใช้วัสดุและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามสิ่งที่ต้องมีอยู่ข้างใน ขั้นตอนการทำงานของอาชีพนี้จะเริ่มจากการประชุมว่าความต้องการของลูกค้ามีอะไรบ้าง โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพมีอย่างแน่นอน เพราะสามารถพัฒนาตนเองในแนวทางที่ตนเองพึ่งพอใจ และสิ่งปลูกสร้างที่เราจะสร้างขึ้นมาต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง