ควบคุมคุณภาพบุคลากร ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) มีการทดสอบระดับใช้งานจริง

การจะทำสมองให้ว่างพร้อมสำหรับรับข้อมูลใหม่ๆ ต่อไปได้นั้น ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) ภาษาญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ สิ่งสำคัญคือล่ามต้องลืมเป็น การลืมอย่างรวดเร็วนั้น ทั้งในภาคธุรกิจและแม้แต่แฟชั่นที่วัยรุ่นบ้านเราหลายคนก็ให้ความสำคัญ สำคัญพอๆ กับการแปลอย่างรวดเร็วเพราะหากล่ามไม่ลืม ล่ามก็เป็นบุคลากรที่จะช่วยในเรื่องการสื่อสาร หรือลืมไม่เป็น ข้อมูลเก่าก็ยังหลงเหลืออยู่ในสมองส่วนที่ใช้ประมวลผล เมื่อข้อมูลใหม่เข้ามาให้แปลเยอะขึ้นเรื่อยๆ การดำเนินงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะล่ามได้ช้าลงเรื่อยๆ แถมยังมีความถูกต้องน้อยลงเรื่อยๆ อีก ล่ามในภาคธุรกิจจากประสบการณ์ การลืมข้อมูลที่แปลไปแล้วอย่างรวดเร็วนั้นเป็นอีกทักษะหนึ่งที่ล่ามต้องทำให้เป็น

ผลสอบตามที่บริษัทต้องการก็ถือได้ว่าเป็นใบเบิกทางขั้นแรก แต่ว่าสำหรับคนที่ไม่ใช่ล่ามอาจจะไม่เข้าใจ บางครั้ง ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) เจ้านายเห็นล่ามพูดเลยตอนแปล บริษัทจะรับเข้าทำงานก็ต่อเมื่อได้สัมภาษณ์และเป็นที่ถูกใจ ก็เลยคิดว่าล่ามต้องจำเนื้อหาได้แน่ๆ เลย ความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสนทนาของเราไปในตัว บางครั้งก็เลยหันมาถามล่ามว่า จำได้ใช่ไหมคราวก่อนพูดแบบนี้ไปแล้ว ทุกรูปแบบของงานมีโอกาสสัมภาษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งความจริงแล้วส่วนมากจะจำไม่ได้ ก็เลยบอกเจ้านายไปว่าจำไม่ได้หรอก อาจวัดความสามารถเราด้วยภาษาอังกฤษก็มี แต่ถ้าคุณจะพูดอีกจะแปลให้อีกหรือไม่ก็ลองถามคนฟังก็ได้ว่าเขาจำได้ไหม ทุกคนที่จะเข้าสู่ภาคธุรกิจจะต้องได้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างน้อย เพราะกลไกการทำงานของสมองตอนล่าม กับตอนพูดคุยกันเองนั้นมันไม่เหมือนกัน

มุ่งหน้าพัฒนาทักษะการสื่อสารในอาชีพ ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) สู้ระดับสูง ดังนี้

1. ฝึกสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นอยู่สม่ำเสมอ  ด้วยการรักษามาตรฐาน ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) การให้บริการแปลภาษาญี่ปุ่นที่เน้นความพึงพอใจ การแปลในฐานะล่าม ความคิดนั้นไม่ได้เกิดจากภายในสมองเรา ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ แต่สมองเราเพียงรับเอาข้อมูลเข้ามาประมวลผล แล้วส่งข้อมูลออกมาเป็นอีกภาษาหนึ่ง นักแปลทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลูกค้าได้รับงานแปลที่มีคุณภาพ เมื่อส่งข้อมูลออกไปแล้ว ล่ามต้องเตรียมสมองให้ว่าง ด้านการเตรียมพร้อมทางร่างกายก็สำคัญเช่นกัน มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการรับข้อมูลต่อไป การจัดสรีระท่านั่งให้สบายเหมาะสมกับรูปร่าง การผ่อนคลาย การพักผ่อนให้เพียงพอ ดังนั้นล่ามจึงจำเรื่องที่แปลไม่ค่อยได้และที่จริงการจำไม่ได้ หรือก็คือการลืมเนี่ยแหละ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรวบรวมสมาธิ

2. เข้าร่วมฝึกอบรมต่างๆ เพื่อประเมินความสามารถ เทคนิคการฝึกพูด ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) อย่างหนึ่งสำหรับการล่ามแบบพูดพร้อม และเมื่อเรารวบรวมสมาธิได้ สามารถลืมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เปล่งเสียงพูดตามหลังเสียงที่ได้ยินทันทีให้เหมือนมากที่สุด เราก็จะสามารถรับข้อมูลใหม่เข้ามาประมวลผลได้อย่างรวดเร็วเกือบจะเท่าๆ กันทุกครั้ง เปรียบสมองเราเป็นคอมพิวเตอร์ การเรียนไวยากรณ์หรือคำศัพท์ ปัจจุบันภาษาญี่ปุ่นเข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จัดการข้อมูลและประมวลผลสิ่งต่าง ๆ ในหัวสมองเราได้อย่างรวดเร็วเปล่งเสียงออกมาได้ทันทีแบบอัตโนมัติ เนื่องจากธุรกิจและการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น

3. สร้างแรงจูงใจด้วยการอ่าน หรือสนทนา ฝึกเรื่องสำเนียงและทำนองเสียงไปด้วยในตัว ในปีหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศไทยเป็นจำนวนมากอีกทั้งการลงทุนของนักลงทุนชาวญี่ปุ่น สมองเราเม็มไว้แล้วว่ามันต้องออกเสียงแบบนี้ ๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) พูดออกเสียงตามซีดีทันทีพร้อมทั้งอ่านสคริปต์ไปด้วย เหตุผลที่ต้องติดต่อค้าขายกับคนญี่ปุ่น พิจารณาก่อนว่าเขาพูดถึงอะไรกัน แล้วก็ฟังซีดีแล้วพูดตามทันทีพร้อมกับอ่านบทสนทนาไปด้วย พอคล่องแล้วก็ฟังซีดีแล้วพูดตามโดยไม่ต้องอ่าน สถานบริการต่าง ๆ หรือบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยล้วนต้องการบุคลากรที่มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นระดับต้นตอนปลายไปแล้ว การสอนภาษาญี่ปุ่นขึ้น ดังจะเห็นได้จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ

4. ทำสอบทักษะทางด้านภาษาบ่อยๆ เตรียมความพร้อมตัวเองให้ได้มากที่สุด สำหรับผู้จบใหม่บอกได้เลยว่าอาจแตกต่างไปจากที่คุณคิดอย่างสิ้นเชิง ภาษาพูดที่คนญี่ปุ่นใช้กันจริง ๆ แตกต่างกับภาษาญี่ปุ่นที่เจอในห้องเรียน ศัพท์เฉพาะทางบ้างหากคุณเลือกเรียนในวิชาที่แตกต่างกันไป ก็ลองเอามาฝึกได้ ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) กำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนภาษาญี่ปุ่นไว้ในหลักสูตร การเรียนการอ่านก็เป็นสิ่งที่สำคัญ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่โตที่ไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้ในภายหลัง เนื่องจากการเรียนรู้จากเอกสารงานวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ อาจใช้ภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์แทนภาษาญี่ปุ่นนั้น โดยมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและสามารถสื่อสารขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพตามสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นั้นผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ทักษะการอ่านเป็นหลัก

5. หาความรู้เพิ่มเติมจากโรงเรียนสอนภาษาต่างๆ ถ้าคุณให้ความสำคัญกับภาษาใดภาษาหนึ่งมากกว่าก็อาจสร้างความยากลำบากในการแปลได้ หากอ่านมากผู้เรียนก็จะมีความรู้มาก ล่ามภาษาญี่ปุ่น(N2-N3) มีความนึกคิดที่กว้างขวาง การฟัง พูด อ่าน และเขียน ควรระวังด้วยว่าหากถามมากไป นั่นหมายถึงเขาอาจคิดว่าคุณไม่เข้าใจอะไรเลย สามารถใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้ศึกษาต่อประกอบอาชีพ ประสบความสำเร็จในการเรียน วัฒนธรรมการทำงานของคนแต่ละชาติไม่เหมือนกัน สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องถามในตอนนั้นก็ให้เก็บไปถามนอกรอบได้ เพราะได้อ่านเอกสารที่ให้ความรู้ในการปรับปรุงงานของตนอยู่เสมอ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องราวและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาเพื่อเข้าถึงปรัชญา 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *